แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mystery ความลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Mystery ความลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด
400 Days (2015) ภารกิจลับมฤตยูใต้โลก
“400 Days” หรือชื่อไทย ภารกิจลับมฤตยูใต้โลก นักบินอวกาศ 4 คนที่มีปมส่วนตัวแตกต่างกันไปได้รับภารกิจให้ใช้ชีวิตอยู่ที่แคปซูลใต้ดินเป็นเวลา 400 วันเพื่อทำการทดลองจำลองสถานการณ์บนห้วงอวกาศ และเมื่อพวกเขาขึ้นมาบนดิน โลกทั้งใบที่เขาเคยรู้จักกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพวกเขาก็ไม่แน่ใจว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ หรือโลกภายนอกที่พวกเขาไม่เจอเป็นเวลานานถูกหายนะเข้าครอบงำจริง ๆ
หนังออนไลน์ 400 Days (2015) ภารกิจลับมฤตยูใต้โลก
The Illusionist มายากลเขย่าบัลลังก์ 2006
The Illusionist มายากลเขย่าบัลลังก์ ที่นำมาให้อ่านกันวันนี้ สรุปย่อเรื่องราว ไอเซนเฮม (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) นักมายากลในช่วงต้นยุค 90 ของกรุงเวียนนา ที่ได้ตกหลุมรัก โซฟี (เจสสิก้า ไบเอล) หญิงสาวที่อยู่ในระดับชั้นทางสังคมที่สูงกว่า จนเมื่อเธอคนนั้นได้หมั้นกับมกุฎราชกุมารในราชวงศ์ ไอเซนเฮม จึงได้ใช้พลังมายากลที่เขามีเพื่อปลดปล่อยตัวเธอ และทำลายความมั่นคงในราชวงศ์แห่งเวียนนา
Sherlock Holmes (2009) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก
Sherlock Holmes (2009) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก เชอร์ล็อค โฮล์มส์ (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ผู้มีชื่อเสียงในการเสาะหาความจริงในเบื้องลึกแห่งปริศนาสุดซับซ้อน ด้วยความช่วยเหลือจาก ดร. จอห์น วัตสัน (จู้ด ลอว์)มิตรคู่ใจ – “นักสืบที่ปรึกษา” ชื่อดังซึ่งหาผู้มีฝีมือทัดเทียมได้ยากในการไขคดีอาชญากรรมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะด้วยพลังแห่งการสังเกตอันเป็นเอกลักษณ์ ทักษะการอนุมานอันโดดเด่น หรือพลังหมัดอันรุนแรงของเขา แต่พายุร้ายกำลังก่อตัวเหนือลอนดอน การข่มขู่ซึ่งไม่เหมือนกับอะไรทั้งหมดที่โฮล์มส์เคยเผชิญหน้ามาก่อน …และเป็นความท้าทายที่เขากำลังมองหาอยู่พอดี หลังจากคดีฆาตกรรมโหดร้ายในพิธีกรรมอย่างต่อเนื่อง โฮล์มส์และวัตสันไปถึงทันเวลาช่วยชีวิตเหยื่อรายล่าสุด และเผยโฉมหน้าฆาตกร : ลอร์ดแบล็กวู้ด (มาร์ก สตรอง)ผู้ไม่สำนึกผิด ขณะที่ใกล้จะถูกแขวนคอ แบล็กวู้ด—ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับทั้งบรรดาเพื่อนร่วมคุกและเหล่าผู้คุม กับการที่เขาดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับพลังด้านมืด—ได้เตือนโฮล์มส์ว่าความตายไม่มีอำนาจเหนือเขา และที่จริงแล้วการประหารนั้นจะเป็นไปตามแผนการณ์ของแบล็กวู้ด และเมื่อทุกอย่างเกิดขึ่น แบล็กวู้ดก็ทำตามสัญญา การฟื้นคืนชีพของเขาสร้างความตื่นตระหนกให้กับลอนดอนและความทึ่งให้กับสก็อตแลนด์ยาร์ด แต่สำหรับโฮล์มส์แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเกม พวกเขากำลังแข่งกับแผนการมฤตยูของแบล็กวู้ด โฮล์มส์ต้องกระโจนสู่โลกแห่งความศาสตร์มืดและตกตะลึงกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ซึ่งตรรกะอาจเป็นอาวุธที่ดีสุดในการต่อสู้กับอาชญากรรมในบางครั้ง…แต่หมัดฮุคขวาแม่นๆ ก็มักจะช่วยไว้ได้เสมอ
Sherlock Holmes 2 เชอร์ล็อค โฮล์มส เกมพญายมเงามรณะ HD
Sherlock Holmes 2 A Game of Shadows (2011) เชอร์ล็อค โฮล์มส เกมพญายมเงามรณะ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงครับ ก็ชอบนะครับ สนุกเพลินดีตามสไตล์ เป็นการจับเอาโฮล์มส์ (Robert Downey Jr.) กับหมอวัตสัน (Jude Law) มาเผชิญแผนร้ายของ ศจ.มอริอาตี้ (Jared Harris) นโปเลียนแห่งอาชญากรรม ซึ่งแผนของพี่ท่านก็อลังตามคาดครับรอบแรกที่ดูผมชอบพอๆ กับภาคแรกครับ มาหลังๆ พอดูซ้ำบ่อยเข้า (ประมาณ 2 เดือนครั้ง) ก็เริ่มรู้สึกว่าภาคแรกลงตัวมากกว่าหน่อย มีลูกล่อลูกชน ส่วนหนึ่งอาจเพราะคดีมันมีความซับซ้อนว่าบวกด้วยปริศนาเหนือธรรมชาตินิดๆ สีสันของเรื่องราวเลยมีให้สัมผัสเยอะในขณะที่ภาค 2 ว่าด้วยการตามเปิดโปงแผนของมอริอาตี้ซึ่งแม้จะทำได้น่าติดตาม แต่ในแง่ความสดใหม่มันไม่มากนัก เลยทำให้เพดานความสนุกของภาค 2 มีขีดจำกัดอยู่พอสมควรแต่องค์ประกอบอื่นๆ โอเคครับ งานสร้างย้อนยุคไปสู่บ้านเมืองสมัยวิกตอเรียได้ดีเหมือนภาคแรก, ดนตรีของ Hans Zimmer ก็ไว้ใจได้สบาย ลีลากำกับของ Guy Ritchie ก็รักษาระดับภาคแรกไว้ได้แหละครับ ดาราก็คัดมาดีโฮล์มส์กับหมอวัตสันน่ะหายห่วง ส่วนผู้มาใหม่อย่าง Noomi Rapace ก็เอาตัวรอดได้ครับ (เพียงแต่ไม่เด่นนัก), Stephen Fry ก็มาเป็นพี่ชายโฮล์มส์ได้ขโมยซีนดีสำหรับบทเจมส์ มอริอาตี้ จริงๆ Harris เล่นดีเลยนะครับ เพียงแต่ปมและพล็อตมันไม่ได้ดันให้บทมอริอาตี้ดูขลัง ดูทรงพลัง หรือดูเทพ ในขณะที่บทลอร์ด แบล็ควู้ดในภาคก่อนนั้นดูน่าจดจำกว่า ทั้งที่จริงๆ มอริอาตี้แผนฉลาดล้ำและนำโฮล์มส์ไปได้หลายก้าว แต่หนังก็ยังดันตรงนี้ได้ไม่สุดเท่าไรอย่างที่บอกครับ โดยรวมหนังสนุก ดูซ้ำได้เรื่อยๆ ดูดาราเล่นกันสนุกๆ ดูพี่โฮล์มส์โชว์ความเก่ง ดูหมอวัตสันไล่เตะโฮล์มส์ (5555) ดูแมรี่ (Kelly Reilly) และคุณนายฮัดสัน (Geraldine James) ส่ายหน้าทุกครั้งที่เจอโฮล์มส์ ดูฉากอลังๆ และการแก้เกมระหว่างโฮล์มส์กับมอริอาตี้ ทั้งหมดนี่ก็ยังทำให้หนังภาคนี้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจได้หนังมีจุดที่ผมชอบมากอยู่ 3 จุด จุดแรกคือฉากหมอวัตสันแต่งงานครับ ผมว่ามันสวยงามนะ แววตาท่าทางของโฮล์มส์มันบอกอะไรได้ดี เหมือนกับดีใจที่เพื่อนรักได้สมหวัง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเหมือนการโบกมืออำลาแบบกลายๆในใจโฮล์มส์คงคิดว่า “จากนี้ไปคงไม่มีโอกาสได้ผจญภัยกันอีกแล้วนะวัตสัน” ก่อนพี่แกจะจากไปเงียบๆ (อันนี้ทั้งฉบับหนังและทีวีต่างก็ทำออกมางดงามพอกันครับ แสดงว่าทีมงานเห็นตรงกัน ว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่มีผลต่ออารมณ์ของโฮล์มส์อย่างมากจริงๆ)ดนตรีในฉากที่ว่านี่ Zimmer ก็ใส่ลงมาได้พอดีเหลือกิน ทำนองเพลงที่เขาใส่คือทำนองสไตล์หนังรักสมัยเก่าน่ะครับ อารมณ์มันจะอิ่มเอม Happy Ending เป็นช่วงเล็กๆ ที่น่ารักดีครับ ^_^ จุดที่ 2 คือบทสุดท้ายของเรื่องราว การเผชิญหน้าระหว่างโฮล์มส์กับมอริอาตี้ที่ไรเคนบาค ฉากนี้เข้าใจคิดมาก ดูมันส์ดูลุ้นโดยไม่ต้องมีแอ็กชันหรือ Effect อะไรมากมาย มันเติมเต็มอะไรบางอย่างสำหรับคนที่เคยอ่าน The Final Problem ได้ไม่เลว ส่วนจุดที่ 3 (อันนี้ขอเพิ่มพิเศษ) คือฉบับพากย์ไทยครับ พี่จักรกฤษณ์กับพี่ปิยะมาพากย์คู่กันอีกต่อจากภาค 1 สำหรับคนรักหนังพากย์ มันคือ ความฟิน! (ถ้ามีภาค 3 มา ขอความกรุณาพวกพี่กลับมาพากย์อีกนะครับ ได้โปรด พลีสสสส!)
Pay the Ghost (2015) ฮาโลวีน ผีทวงคืน
ฮาโลวีน ผีทวงคืน เกือบปีที่ลูกชายหายไปจากข้างกายระหว่างเที่ยวงานเทศกาลฮาโลวีนในนิวยอร์ค Pay the Ghost ไมค์ โคลที่ถูกตามหลอนด้วยภาพลูกชายและสัมผัสกับความน่ากลัวบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เขากับคริสเท่น ภรรยาที่ห่างเหินจึงช่วยกันออกตามหาลูกชายอย่างสุดความสามารถ จนพบเรื่องน่ากลัวที่ว่าฮัลโลวีนทุกปี วิญญาณแค้นและชั่วร้ายตนหนึ่งจะปรากฏตัวออกมาเพื่อลักพาตัวเด็กไป และถ้าพวกเขาไม่สามารถช่วยลูกกลับมาเร็วที่สุด ลูกชายของเขาจะติดอยู่ในโลกวิญญาณไปตลอดกาล!!!
400 Days (2015) ภารกิจลับมฤตยูใต้โลก
“400 Days” หรือชื่อไทย ภารกิจลับมฤตยูใต้โลก นักบินอวกาศ 4 คนที่มีปมส่วนตัวแตกต่างกันไปได้รับภารกิจให้ใช้ชีวิตอยู่ที่แคปซูลใต้ดินเป็นเวลา 400 วันเพื่อทำการทดลองจำลองสถานการณ์บนห้วงอวกาศ และเมื่อพวกเขาขึ้นมาบนดิน โลกทั้งใบที่เขาเคยรู้จักกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งพวกเขาก็ไม่แน่ใจว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ หรือโลกภายนอกที่พวกเขาไม่เจอเป็นเวลานานถูกหายนะเข้าครอบงำจริง ๆ
Port of Call (2015) ฆาตกรรมจำยอม
Port of Call ฆาตกรรมจำยอม หนังอิสระที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง Ten Years คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกง ด้วยการเล่าเรื่องราวในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าของคนฮ่องกง ซึ่งสะเทือนภาพความหวาดกลัวของคนฮ่องกง ที่กำลังถูกอิทธิพลของจีนครอบงำมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะได้รับรางวัลไปเพียงสาขาเดียว แต่รางวัลเดียวที่ Ten Years ได้รับบนเวทีมอบรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกงก็คือสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รางวัลที่สำคัญที่สุดของงานซึ่งจัดกันเมื่อค่ำคืนของวันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา “ความหมายของรางวัลนี้ก็คือการแสดงให้เห็นว่าฮ่องกงยังมีความหวัง มันย้ำเตือนให้เรากล้าที่จะสร้างสรรค์ต่อไป ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันดูหนังเรื่องนี้” แอนดรูว์ ไช่ ผู้อำนวยการสร้างกล่าว ส่วนผู้กำกับคนหนึ่งของหนังก็แสดงความเห็นว่า “ถ้าคุณถามผมว่าปักกิ่งจะรู้สึกอย่างไรกับเรา ผมก็ขอตอบว่านั่นไม่ใช่ประเด็นเลย หนังเรื่องนี้สร้างออกมาให้คนฮ่องกงดู เรายอมรับได้ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบ หวังแค่ว่าคนฮ่องกงจะสามารถแชร์ความรู้สึกกับเราได้ เราอยากจะให้คนได้คิดถึงอนาคตของฮ่องกงบ้าง” ส่วน เอ๋อตงเซิน ผู้กำกับชื่อดังที่ปีนี้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานกรรมการตัดสินรางวัลก็กล่าวสั้นๆ ก่อนประกาศรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมว่า “ประธานาธิบดีรูสเวลเคยกล่าวเอาไว้ว่า สิ่งเดียวที่เราควรกลัว ก็คือความกลัวนั่นเอง” ภาพของหญิงสาวที่เผาตัวเองเพื่อการประท้วง, คนขับแท็กซีที่แทบจะหมดหวังเมื่อต้องสอบภาษาจีนกลาง เพื่อให้ได้ใบอนุญาตทำงาน ทั้งๆ ที่เขาใช้ภาษากวางตุ้ง (ภาษาถิ่นของชาวฮ่องกง) มาทั้งชีวิต และยังมีภาพของเด็กวัยรุ่นในชุดทหารที่ออกเดินกันไปเต็มท้องถนน ล้วนเป็นภาพที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาของการ “ปฏิวัติวัฒนธรรม” ในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อ 40 ปีก่อน แต่นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ย้อนยุค เพราะ Ten Years เป็นหนังที่เล่าถึงช่วงเวลาในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าของฮ่องกงที่ประชาชนต้องอยู่อย่างหวาดกลัว, คนรุ่นใหม่ถูกล้างสมอง และฮ่องกงก็สูญเสียความเป็นตัวเองไปเรื่อยๆ
Ex Machina (2015) พิศวาสจักรกลอันตราย
หลังจากชนะรางวัลในอินเตอร์เน็ต Ex Machina โปรแกรมเมอร์ Caleb (Domhnall Gleeson) ได้ถูกเชิญให้ไปอยู่ที่รีสอร์ตส่วนตัวในภูเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเจ้าของรีสอร์ตนี้คือ Nathan (Oscar Isaac) ผู้เป็น CEO ของบริษัทที่ Caleb ทำงานอยู่ เขาเผยว่าเหตุผลที่แท้จริงของรางวัลนี้คือเพื่อค้นหาบุคคลที่จะมาเข้าร่วมการทดลองปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์เอไอเครื่องแรกของโลก (Alicia Vikander) แต่การเล่นเป็นพระเจ้าครั้งนี้กลับมีผลที่คาดไม่ถึง…หลังจากเขียนบทหนังดังหลายเรื่อง ทั้ง Dredd, Sunshine, Never Let Me Go, และหนังชุดซอมบี้ 28 Days/Weeks Later ก็เป็นครั้งแรกที่ Alex Garland เข้ามาอยู่ในเก้าอี้ผู้กำกับ ซึ่งเขาก็ทำดีเกินระดับผลงานกำกับเรื่องแรกมากอยู่ ความเป็นวิทยาศาสตร์ในสถานที่ของหนังถูกนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว ทั้งกระจกใสกั้นคนกับหุ่นยนตร์ แสงตามทางเดิน กระจกเงา และธรรมชาติในภูเขา พิศวาสจักรกลอันตราย มีการจัดวางองค์ประกอบภาพให้ดูไซไฟคลาสสิค และเน้นสถานะของเนื้อเรื่อง พร้อมทั้งสภาพและความสัมพันธ์ของตัวละคร ณ เวลานั้นในหนังได้ดีมาก ผกก.ยังสามารถสร้างบรรยากาศหวาดระแวงได้อย่างเชี่ยวชาญ เข้ากันได้ดีกับดนตรีที่ความหลอนระดับน้องๆ Under the Skin เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม สไตล์กำกับของ Garland อาจจะเย็นชาจนความเป็นมนุษย์ของบทมันไม่เต็มที่ไปเสียหน่อย ความเย็นยะเยือกในหนังไซไฟมันเวิร์คมากๆ กับการเน้นภาพตื่นตาในความเล็กจ้อยของมนุษย์ท่ามกลางจักรวาล (เช่น 2001) หรือ เน้นอารมณ์แปลกแยกของมนุษย์ต่างดาวอันน่าพรั่นพรึง (เช่น Under the Skin) แต่ในหนังที่มีแรงขับเคลื่อนหลักเป็นเส้นทางอารมณ์ของพระเอกในการปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์ ความห่างเหินนี้ทำให้ไม่อินไปกับความรู้สึกของพระเอกเท่าที่ควร จนช่วงเนื้อเรื่องตอนปลายที่ควรจะอินกับ Caleb ไปมากๆ กลับพาเราเหมือนแค่ผู้ดูเหตุการณ์เสียมากกว่า อย่างไรก็ดี นักแสดงหลักทั้งสามคนทำหน้าที่ได้ดีมากจนพอจะกล้อมแกล้มช่องว่างของหนังได้อยู่ Domhnall Gleeson เล่นเป็นตัวแทนผู้ชมได้อย่างเป็นกลางและพอเหมาะ ส่วน Oscar Isaac เองก็โชว์ความกว้างในทักษะการแสดงของเขา หลังจากบทคอนโทรลมากๆในสไตล์ Al Pacino จาก A Most Violent Year มาถึงเรื่องนี้ ที่เล่นเป็นนักวิทยาศาสตร์ดาร์ค เถื่อน และเรื้อนได้ถึงใจสุดๆ (ฉากที่อยู่ดีๆเขาเต้นขึ้นมา แทบอยากปรบมือ และคนหัวเราะแบบไม่คาดคิดกันทั้งโรง) แต่การแสดงเด่นสุดตกเป็นของ Alicia Vikander ที่ต้องบาลานซ์ให้อยู่หมัดระหว่างการเล่นเป็นตัวละคร และความคลุมเครือของหุ่นยนต์ ซึ่งเธอทำออกมาให้เราคอยจับตามองและคิดตามไปทั้งเรื่อง แน่นอนว่าจุดที่แข็งแรงที่สุดของหนังคือบทของมันนั่นเอง คอนเซ็ปต์และธีมของมันไม่ใช่อะไรใหม่เลย ยิ่งเมื่อหลังหนังจบแล้วเรามองย้อนกลับมาที่เนื้อเรื่อง แต่หนังทุ่มเทกับการอิงวิทยาศาสตร์แน่นๆโดยตลอด โดยเชื่อถือคนดูและไม่คอยหยุดอธิบายจนเกินงาม ทำให้ถึงแม้ฝั่งมนุษย์จะไม่สมบูรณ์นัก แต่ฝั่งหุ่นยนต์ทำออกมาได้ดีมากทีเดียว โดยตั้งคำถามให้เราครุ่นคิดและอยากรู้สงสัยไปพร้อมกับพระเอกจนจบ จนเป็นหนังที่ความเป็นไซไฟของมันฮาร์ดคอร์อย่างนานๆทีจะมีสักเรื่องจริงๆ สิ่งที่ดีสุดคือ บทหนังสอดแทรกประเด็นการเล่นเป็นพระเจ้าได้อย่างไม่มีการพูดโต้งๆเกี่ยวกับมันเลย เพราะทุกอย่างแฝงอยู่ในเนื้อเรื่องและตัวละครตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ทำให้ความเปลี่ยนแปลงในช่วงท้ายกระแทกใจและความคิดในแง่นี้ได้เต็มที่มาก มีโควตจากหนังที่ Nathan พูดว่า “สักวันหนึ่ง พวกเอไอจะนึกย้อนมาถึงเราแบบเดียวกับที่เรามองซากฟอซซิลอยู่ตอนนี้” แต่สิ่งที่หนังบอกคือ ไม่จำเป็นต้องรอถึงอนาคต แค่เราสร้าง ทำลาย สร้าง ทำลาย วนเวียนไปมาอย่างหยิ่งทะนงในความเป็นมนุษย์โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่ตามมา สิ่งที่ถูกเตือนก็จะกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ง่ายดาย ในปัจจุบัน อย่างไม่ต้องรอนาน
The Conjuring (2013) คนเรียกผี
ภาพยนตร์สยองขวัญ The Conjuring จากผลงานการกำกับของ เจมส์ วาน (James Wan) ที่เคยฝากผลงานสยอง ๆ มาแล้วไม่ว่าจะเป็น Saw, Saw II, Insidious กับภาพยนตร์เรื่อง The Conjuring คนเรียกผีเป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงที่ครอบครัวหนึ่งต้องอกสั่นขวัญผวาที่มีวิญญาณมาคอยหลอกหลอน จึงต้องเชิญสองผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิญญาณมาช่วยเหลือ
Mortdecai (2015) มอร์เดอไค สายลับพยัคฆ์รั่วป่วนโลก
หนัง ComedyAction ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง The Mortdecai Trilogy ของ Kyril Bonfiglioli ซึ่งเป็นเรื่องราวของลอร์ด Mortdecai (Johnny Depp) ผู้ดีตกอับถูกมอบหมายจากสารวัตร Martland (Ewan McGregor) ให้สืบหารูปวาดที่หายไป โดยมี Jock (Paul Bettany) คนรับใช้ที่แสนซื่อสัตย์เป็นคนคอยคุ้มกันภัยให้ถึงแม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังแอคชั่น Mortdecai แต่มันก็เป็นหนังตลกแอคชั่นสืบสวน เพราะฉะนั้นใครที่คาดหวังฉากแอคชั่นแบบบู๊ดุเดือดเลือดพล่านหรือสืบสวนแบบหนักๆคงไม่มี ซึ่งจริงๆก็มีฉากแอคชั่นเยอะพอสมควรและมีการตามสืบทั้งเรื่อง แต่เมื่อเทียบกับ Genre สืบสวน และแอคชั่นของมันโดยตรงแล้ว ถือว่าเรื่องนี้อยู่ในระดับเบา เพราะเน้นไปในทางตลกซะมากกว่า การนำเสนอและวิธีเล่าเรื่องจะออกไปแนวการ์ตูน เบาๆไม่หนักหน่วง มุกตลกถือว่าไม่แป๊กเพราะคนทั้งโรงต่างส่งเสียงหัวเราะ หนังให้ความบันเทิงพอสมควร และจะให้ความสนุกหากไม่คิดอะไรมาก ตัวละครมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ซึ่งตัวละครหลักเป็น Johnny Depp ก็จริงอยู่ แต่เมื่อชมแล้วจะรู้สึกว่าชอบตัวละครตัวอื่นมากกว่าหมด โดยเฉพาะ Paul Bettany นี่ขโมยซีนสุดๆและเท่มากทีเดียว สิ่งเดียวที่เหลือไว้ให้ชื่นชม ลอร์ด Mortdecai คือการที่เจ้าตัวเวลาอยู่กับเมียแล้วน่ารักและเป็นคนที่รักเมีย (Gwyneth Paltrow) มากนั่นเอง สิ่งที่ไม่ชอบในหนังเรื่องนี้ CG ฉากระเบิดต่างๆ เหมือนใช้แอฟไอโฟนทำ แต่ตอนที่ดูก็ไม่ไดขัดใจแต่อย่างใด เพราะเรื่องของเรื่องก็อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า หนังจะสนุกหากไม่คิดอะไรมากค่ะ มอร์เดอไค สายลับพยัคฆ์รั่วป่วนโลก ปล. นี่เป็นการให้คะแนนจากความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนมีมุมมอง ความชอบ ความคิดต่างกัน ซึ่งเมื่อคุณไปดูแล้วคุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ค่ะ (แค่รักการดูหนังและอยากจะแชร์แลกเปลี่ยนความเห็นให้คนชอบดูหนังมาคุยกัน ไม่มีอะไรถูกหรือผิด ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกัน
The Black Water Vampire (2014) เมืองหลอน พันธุ์อมตะ
การฆาตรกรรมที่เกิดขึ้นทุกๆ 10 ปี The Black Water Vampire ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมาในเมืองแบ็ค วอเทอร์ เมืองหลอน พันธุ์อมตะ สภาพศพของหญิงสาวที่ถูกพบลอยขึ้นมานั้นมักจะเต็มไปด้วยรอยกัดและคราบเลือด เรย์มอนด์ แบงค์ (บิล โอเบิร์ต จูเนียร์) ถูกตัดสินว่าเป็นผู้ฆาตรกรรม มีเพียงแดเนียล (แดเนียล โลเซย) ผู้อยู่อาศัยในเมืองแบ็ค วอเทอร์ เท่านั้นที่ไม่เชื่อว่าเขาเป็นคนฆ่า เพื่อช่วยเหลือเรย์มอนด์ให้รอดจากการประหาร แดเนียลได้ชวนเพื่อนของเธอ แอนเดรีย และร็อบ เข้าไปในป่าเพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ความจริง และได้ว่าจ้าง แอนโทนี่ ให้ไปถ่ายวีดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน แต่พวกเขาทั้งหมดกลับต้องเจอเรื่องน่ากลัวเข้าหลังจากที่ได้เดินทางเข้าไปในป่าตามจุดที่พบศพแต่กลับต้องหลงทางในป่า และเมื่อพวกเขาพยายามหาทางออก กลับต้องพบว่ามีอะไรบางอย่างที่กำลังติดตามพวกเขาอยู่
Open Grave ผวา ศพ นรก (2013)
ก่อนที่ความสยดสยองจะคืบคลานใกล้เข้ามาภายในบรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยความหลอน โจน่าห์ตื่นขึ้นจากพวังค์ ร่างกายของเขาโชกไปด้วยเลือด เขาเริ่มมีสติมากขึ้นและค้นพบว่าเขาอยู่ท่ามกลางสุสานขนาดใหญ่ที่เต็มไปคนศพคนตายเต็มไปหมด เมื่อเขาสามารถปีนป่ายขึ้นมาได้เขาก็พบกับบ้านกลางป่าหลังหนึ่ง เมื่อเขาเข้าไปเขาก็พบว่ามีคนอยู่อีก 5 คนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขานั่นคือ “เขาไม่รู้ว่าเขาคือใคร และไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน” และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้มาอยู่กันที่นี่ พวกเขาเริ่มที่จะหาทางออกไปจากที่นี่ร่วมกัน แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่ลำพัง ผวา ศพ นรก เมื่อพวกเขาค้นพบศพของหญิงแก่ที่น่ากลัว ถูกฆ่าและตรึงอยู่กลางบ้านหลังหนึ่ง พวกเขาเริ่มตระหนกและหวาดผวา จนกระทั่งกลายมาเป็นการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน แต่ทุกคนก็ยังคงพยายามต่อเติมเรื่องราวซึ่งกันและกันเพื่อที่จะพยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ เมื่อเกิดคำถามไร้ซึ่งคำตอบ และเวลาที่น้อยลงเต็มที พวกเขาต้องร่วมมือกันค้นหาคำตอบที่อาจจะอยู่ภายใต้สุสานที่พวกตื่นขึ้นมา ว่าที่นี่คือที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาโจน่าห์ที่เริ่มมีอาการปวดหัวด้วยอาการที่ความทรงจำเริ่มกลับเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมๆกับ คนอื่นที่ก็เริ่มเปิดเผยตนเองด้วยเช่นกัน จนในที่สุดความทรงจำของเขาก็หวนกลับมาจนได้
Marshland (2014) ตะลุยเมืองโหด
Marshland (2014) ตะลุยเมืองโหด ในปี 1980 ได้เกิดเหตุการณ์สุดสยองขึ้นในทางตอนใต้ของประเทศสเปน เมื่อเด็กสาวจำนวนมากถูกฆาตกรรม และยังมีอีกหลายคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้ฮวนกับเพร็ด สองตำรวจสือสวนคดีฆาตกรรมฝีมือดีต้องมาดูแลคดีนี้ พวกเขาเดินทางไปเพื่อไขคดีและตามหาคนร้าย แต่ทว่าผู้คนในเมืองนั้นกลับไม่ยอมปริปากพูดเกี่ยวกับคดีนี้เลยแม้แต่คนเดียว สร้างความประหลาดใจให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก เมื่อยิ่งสืบลึกลงไปพวกเขากลับพบความลับสุดสะพรึง ที่ถูกซ่อนไว้ว่าการหายตัวไปของเด็กสาวในนั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล แต่กลับไม่สามารถหาว่าใครเป็นคนฆาตกรกันแน่!!!
Transcendence (2014) คอมพ์สมองคนพิฆาตโลก
Transcendence (2014) คอมพ์สมองคนพิฆาตโลกของนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม (Johnny Depp )ที่สร้างคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ Samantha (ในเรื่องHer) ขึ้นมา Transcendence แต่แล้วก็มีเหตุทำให้ภรรยาของเขาต้องอัพเดทสมองของเขาเข้ากับคอมพิวเตอร์และสู่โลกออนไลน์ ซึ่งทำให้มีคนจำนวนหนึ่งสงสัยขึ้นมาว่าเขาต้องการจะครองและทำลายโลกรึเปล่า ผลงานกำกับเรื่องแรกของ Wally Pfister อย่าเข้าใจผิดนะจ๊ะว่าเขากำกับหนังเรื่อง Inception (2010) และเหล่าหนัง Dark Knight ทั้งหลายนะค้า เขาเป็นผู้กำกับภาพจ๊ะ ใครจะว่ายังไง แต่อิชั้นก็ค่อนข้างชอบนะคะเรื่องนี้ โดยเฉพาะตอนจบที่.(ดูสปอย 1) หนังดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆนิ่งๆ ไม่ใช่หนังที่มีแอคชั่นกระจาย ไม่มีมุกตลก แต่ก็ไม่ถึงกับเครียดจัด ภาพสวย CG ดีกว่า Noah เยอะ นักแสดงเล่นดีมากทุกคนๆ โดยเฉพาะ Johnny Depp น่ารักจุงเบย >< ถึงแม้ว่า…..(ดูสปอย 2) บอกเลยถ้าไม่ใช่เค้า เอาบทไม่อยู่จริงๆ แต่อิชั้นก็ชอบตอนที่คนอื่นเล่นแต่เป็นเสียงจอนนี่ด้วยอ่ะ เท่มาก คอมพ์สมองคนพิฆาตโลก ในช่วงแรกบางคนอาจหลับได้คนที่นั่งข้างๆอิชั้นทั้ง 2 ฝั่งหลับจ้า (คาดว่าคงเหนื่อยกับช่วงสงกรานต์ 5555) หนังจะออกแนวปรัชญาชีวิตนิดๆ ธรรมชาติและเทคโนโลยี ซึ่งถ้าไม่รู้ก็ไม่เป็นไร เพราะขนาดอิชั้นเป็นคนโลเทคมากประมาณว่าชาวกระเกรี่ยงยังแซงหน้า ก็ยังดูรู้เรื่องจ๊ะ อิชั้นชอบที่หนังสนใจสิ่งแวดล้อม สนใจโลก และนำเสนอประเด็นความรักค่ะ ที่คนเราสามารถรักใครสักคนได้มากพอขนาดจะทำหรือไม่ทำบางอย่างให้คนที่เรารักได้ หนังยังมีบางฉากที่เชยๆอยู่บ้าง บางฉากงงว่าทำไมอยู่ดีๆต้องทำอย่างงี้ (ดูสปอย 3) แต่ชอบไอเดียของหนังน่าสนใจดี ถึงแม้ว่าในตอนแรกที่เห็นโปสเตอร์จะนึกถึง Hellraiser (ไม่เกี่ยวเล้ยยย) และแม้ว่าในเรื่อง Captain America จะมีอยู่ฉากนึงอย่างงี้เหมือนกัน (คนที่ยังไม่ดูกัปตันไม่เป็นไรนะคะ ไม่มีผลกับหนัง) และแม้ว่าในปี 1994 ก็มีหนังทำนองนี้เช่นกันที่นำเอาสมองคนไปใส่ในไดโนเสาร์และกล้องวีดีโอ (Tammy and the T-rex หนังตลกเกรียนๆเรื่องนึงที่ Paul Walker เล่นตอนละอ่อน สมัยเด็กดูอิชั้นว่าก็ตลกสนุกดี แต่พอตอนนี้ดูมันเช๊ยเชย แต่ก็ตลกในตรรกกะของหนังดีค่ะ นี่เป็นการให้คะแนนจากความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนมีมุมมอง ความชอบ ความคิดต่างกัน ซึ่งเมื่อคุณไปดูแล้วคุณอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ค่ะ (แค่รักการดูหนังและอยากจะแชร์เลกเปลี่ยนความเห็นให้คนชอบดูหนังมาคุยกัน ไม่มีอะไรถูกหรือผิด ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกัน
สมัครสมาชิก:บทความ (Atom)
















